แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การตั้ง SL-TP

บทนี้มาดูการตั้ง SL - TP กัน sl คือจุดตัดขาดทุน tp คือ จุดปิดเก็บกำไร ตามภาพครับ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

1. ใส่ตัวเลขราคาที่ต้องการตัดขาดทุน ลงในช่อง Stop Loss
2. ใส่ตัวเลขราคาที่ต้องการปิดทำกำไร ลงในช่อง Take Profit

ระยะห่างส่วนต่าง ก็นับจากราคาที่เข้าเทรดอ่ะครับ ลองทำดูบ่อยๆ จะเข้าใจเองครับ

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,555.0.html

ติดตั้งโปรแกรมเทรด

วิธีการติดตั้งโปรแกรมเทรด MT4 MetaTrader - EXNESS
[/b]


คลิ๊กที่โปรแกรมที่เราดาวโหลดมา แล้วคลิ๊ก Run
[/b]


จากนั้นคลิ๊ก Next..
[/b]


แล้วคลิ๊กเครื่องหมายถูกในช่องสี่เหลี่ยม แล้ว คลิ๊ก Next...
[/b]


แล้วก็คลิ๊ก Next >>
[/b]


รอการดาวโหลด สักครู่
[/b]


คลิ๊ก Finish >>
[/b]


แล้วจะขึ้นหน้าต่าง โปรแกรมMT4 มาใหม่
[/b]


ให้ทำการนำหมายเลขบัญชีที่เราสมัครไว้มา Login และ Password  เลือก Sever สำหรับใครที่เปิดบัญชี แบบ Mini Server จะเป็น Exness-Real2  ถ้าเลือกผิดก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น[/b]

เมื่อทำการ login เข้าสู่โปรแกรม MT4 ครั้งแรก จะมีคูเงิน อยู่หน้าแรกประมาณ 4 คู่
[/b]


และบางทีก็โชว์หน้าจอ กราฟ ขึ้นมาเลย แต่บางที่อาจจะโชว์คำว่า waiting for update ดังรูป
ให้ทำการคลิ๊กตรงเครื่องหมาย x สีแดง มุมขวามือของแต่ละ chart คู่เงินออกไปทั้งหมดเลย
[/b]


 
แล้วทำการเปิด Chart คู่เงินใหม่ขึ้น มีให้เลือกมากมาย ตามความถนัดของเรา

โดยส่วนใหญ่ นิยม เล่นคู่เงิน EUR/USD ค่ะ

ตาม ตย. จะทำการเปิดกราฟใหม่
โดยไปที่ File >> New chart >> EUR/USD


ก็จะได้กรา EUR/USD หน้าตา ดังรูปข้างล่างนี้



**หมาย เหตุ** ใครที่ติดตั้งโปรแกรมและ login ภายในวันเสาร์ - อาทิตย์ กราฟจะไม่เคลื่อนไหวนะครับเพราะตลาดปิด ได้แต่ดูกราฟเฉยๆนะครับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะดูแนวโน้มราคาในวันเสาร์ - อาทิตย์ เพราะราคาไม่ขยับมันเลยดูได้ง่าย พอเข้าใจนะครับ ***

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,539.0.html

Take Profit จุดทำกำไร

Take Profit จุดทำกำไร
Take Profit คือ จุดทำกำไร โดย Take Profit นี้จะมีหน้าที่แตกต่างกับการ Stop Loss เพราะ Stop Loss หมายถึงจุดหนีเมื่อเรามาผิดทาง แต่ Take Profit นี้หมายถึงจุดทำกำไรเมื่อเรามาถูกทางครับ

ทำไมต้องมี Take Profit?
เหตุที่ต้องมี Take Profit เพื่อป้องกันกำไรที่คุณควรจะได้รับ
คุณ เคยพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ไหม เปิดออร์เดอร์มาแล้วเป็นกำไรหรืออาจจะลบก่อนแล้วค่อยเป็นกำไรและราคาก็ค่อยๆ ปรับตัวขึ้น แล้วหลังจากนั้นราคาก็ค่อยๆมีการปรับตัวลงมาเรื่อยๆ แต่กำไรก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจหรือยังไม่ถึงที่ราคาเป้าหมายของคุณ ทำให้คุณรู้สึกว่าราคามันน่าจะขึ้นไปต่อ ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร แต่หลังจากนั้นไม่นานราคาก็ลงมาเรื่อยๆจนถึงต้นทุน และจนราคามาถึงจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) ที่คุณตั้งไว้ แล้วเมื่อราคามาถึงจุดนั้น คุณก็มักจะโทษตัวเองว่า “เราน่าจะปิดทำกำไรตั้งแต่ตอนแรก ก็คงไม่ต้องมาขาดทุนแบบนี้“ นี้แหละครับจึงเป็นสาเหตุที่จำเป็นจะต้องมี Take Profit เพื่อปกป้องกำไรที่จะกลับมาเป็นขาดทุน

แล้วเราจะตั้ง Take Profit อย่างไรดี?
Take Profit เราจะตั้งบริเวณจุดที่เราคิดว่าราคามันน่าจะไปถึง ซึ่งหลายคนก็จะมีเทคนิคการตั้ง Take Profit ที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น
บางคนอาจจะตั้ง Take Profit ตามแนวรับ-แนวต้าน เมื่อราคาเคลื่อนที่แบบ Sideway



บางคนอาจจะตั้ง Take Profit ไล่ตามราคา เมื่อราคาเคลื่อนที่แบบเป็น Trend




นี่ เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้นนะครับ จริงๆแล้วสไตล์การตั้ง Take Profit นั้นมีเทคนิคต่างๆมากมายลองไปฝึกฝนหาราคาเป้าหมายจากประวัติราคา เช่น หาจุดเข้าจุดนี้จะออกว่า เราจะเข้าตรงไหน เราจะทำกำไรตรงไหน เป็นต้น ลองฝึกฝนดูนะครับ

ก็จบลงแล้วนะครับสำหรับเรื่อง “Take Profit จุดทำกำไร” บทความนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมากมายครับเพียงแต่อยากให้เทรดเดอร์เห็นความสำคัญ ของ Take Profit ด้วยนะครับ อย่าให้ความสำคัญแต่กับ Stop Loss เพียงอย่างเดียวนะครับเพราะ Take Profit ก็สำคัญมากเช่นเดียวกัน ขอให้ทุกท่านโชคดีนะครับ

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,507.0.html

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บทที่ 3 ราคาทองคำกับปัจจัยทางเทคนิค

เคยสงสัยกันใช่ไหมครับ ว่าราคาเป้าหมายเท่านั้นเท่านี้ ที่นักวิเคราะห์ปล่อยออกมา ทำไมมันถึงได้แม่น หรือใกล้เคียงมาก สมัยก่อนผมเห็นใครให้ตัวเลขราคาเป้าหมายไว้ ผมจะไม่ค่อยสนใจ เพราะคิดว่าคงเดากันไปมากกว่า แต่เมื่อราคานั้นเกิดขึ้นจริง ผมย้อนกลับไปดูราคาที่มีบางท่านเคยทำนายไว้ ก็ต้องทึ่งและเริ่มสนใจศึกษามานับแต่นั้น
ผมคงไม่อธิบายยืดยาวเหมือนใน ตำรา แต่เอาเนื้อๆมาคุยกัน เพื่อความกระชับ สิ่งที่ผมสงสัยมานานเกี่ยวกับตัวเลขมหัศจรรย์นั้น มันเกิดมาจาก

หลัก จิตวิทยา ความกล้า และความกลัวของคนนี่แหละ อย่างเช่น คุณซื้อของมา 100 บาท เพื่อเอาไว้ขายทำกำไร วันนึงเมื่อคุณพบว่า คุณกำลังขาดทุน เพราะราคาของนั้นกำลังตกลงทุกวัน คุณอาจพอใจที่จะขายแม้ราคาจะเหลือครึ่งเดียว ขณะที่บางท่าน รอให้มันกลับมาเท่าเดิมค่อยขาย หรือบางรายอดทนกว่านั้น จะรอให้ราคามันขึ้นจนกว่าจะกำไร ไอ้ความอดทนต่อสถานการณ์ที่ต่างกันไป ก็มีสถิติที่เก็บได้ กลายเป็นตัวเลข แนวต้าน แนวรับ ทางเทคนิคที่สามารถนำมาใช้คาดการณ์ได้นั่นเองครับ
ข้อมูลการลงทุนที่ เหมือนกัน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่นโปรแกรม MT4, MetaStock ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ มีการใช้เครื่องมือเหมือนๆกัน มองเห็นอย่างเดียวกัน ดังนั้น คุณไม่ต้องแปลกใจเลยว่า บางครั้ง ตัวเลขที่ออกมา มันแทบจะตรงเป๊ะกับที่ทำนายกันไว้
ในเมื่อรู้เช่นนี้ แล้ว คุณจะยังคิดว่า ปัจจัยเทคนิค ยังจะเป็นเรื่องเหลวไหลอีกมั๊ย? 555 แน่นอนที่สุด คุณต้องตอบว่าไม่ สิ่งที่คุณต้องทำ คือเรียนรู้วิธีวิเคราะห์ทางเทคนิค แต่ไม่ต้องห่วงว่า มันจะยากครับ ผมอยากจะบอกว่า ง่ายๆ

เป็นไปได้ไง? คุณพยายามเรียนรู้มาตั้งนาน ไม่เห็นจะง่ายแบบผมพูด?

เป็น เพราะว่า ยังไม่มีคนบอกคุณว่า จะต้องไปทางไหนนะสิ เหมือนคุณเรียนรู้การใช้งานโปรแกรมอะไรสักโปรแกรมที่มี function การทำงานครบเครื่อง แต่จริงๆ คุณขอใช้มันแค่ไม่กี่ function คุณก็ได้งานของคุณออกมาแล้ว เท่านั้นเอง
ออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เก่ง ไม่ได้ครบเครื่อง ผมแค่ใช้งานมันได้ เท่าที่ผมใช้อยู่ เท่าที่มีคนแนะนำผมเท่านั้นเอง และคุณไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคุณมาถามนอกเหนือจากที่ผมแนะนำแล้วผมบอกคุณว่า ผมไม่รู้เหมือนกัน 555

สิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ คือ คุณแค่รู้ว่า คนอื่นส่วนใหญ่ เขาดูอะไรกัน แล้วคุณก็ดูให้เหมือนเขา ก็เท่านั้นเอง ง่ายมั๊ยครับ เมื่อก่อนผมหัดเองใหม่ๆ ดูคนโน้นวิเคราะห์ที คนนี้วิเคราะห์ที จับต้นชนปลายไม่ถูก ทำไปทำมา ไม่เห็นจะเข้าท่าเลย จนวันนึง น้องชายผม ที่เคยอยู่ในตลาดหุ้น มาบอกผมว่า

“เฮ้ย ดูแค่ไอ้เส้น Fibonacci ก็พอ ไปดูอะไรเยอะแยะวะ งงเปล่าๆ ไอ้เส้นโน้นเส้นนี้น่ะ ใครๆก็ต่างคนต่างขีด ตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง แต่ไอ้ Fibonacci นี่อ่ะ มันขีดยังไง ก็ได้ที่เดียวกันโว้ย!!!”

ผมตา สว่างเห็นธรรมทันทีครับ แต่ผมไม่ได้ดูแค่ Fibonacci ตามที่มันบอกหรอก ผมจับจุดได้ว่า ให้ดูไอ้ที่มันเหมือนชาวบ้านส่วนใหญ่เขาดูกัน อย่าไปแหกคอก ว่างั้น

เกริ่นมาถึงตรงนี้ บางท่านที่กำลังหัดๆอยู่ ผมอาจไม่ต้องสอนแล้วมั๊ง ส่วนท่านที่กำลังหัด รออ่านบทต่อไปนะ

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,473.0.html

กฏ 24 ข้อ เพื่อทำกำไรในตลาด

กฏ 24 ข้อ เพื่อทำกำไรในตลาด

นักค้าต้องมีกฏเกณฑ์ในการปฏิบัติที่ แน่นอนและต้องมีวินัยอย่างเคร่งครัด กฏเกณฑ์ที่จะกล่าวต่อไปนี้ ได้รวบรวมจากประสบการณ์ 45 ปี ในตลาดหุ้นของ นายวิลเลี่ยม ดี แก้น ซึ่งเป็นที่เชื่อว่า หากใครสามารถปฏิบัติตามได้ก็จะประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น

1. จำนวนเงินลงทุน ต้องพอดีและจงแบ่งเงินลงทุนเป็นสิบส่วน เท่าๆกัน ในการซื้อขายแต่ละครั้ง อย่าลงทุนซื้อหรือขาย เกินหนึ่งในสิบของเงินลงทุน
2. ใช้คำสั่ง STOP ORDER ควรป้องกันการลงทุนโดยการตั้ง STOP ORDER 3-5 ช่วงต่ำกว่าราคาที่ซื้อ หรือ สูงกว่าราคาที่ขาย
3. อย่าซื้อหรือขายเกินตัว เพราะจะเป็นการฝ่าฝืนกฎเกี่ยวกับจำนวนเงินลงทุนในข้อ 1
4. อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน หลังจากที่ท่านมีกำไร 3 ช่วงหรือมากกว่านั้น จงยกระดับ STOP ORDER ให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันมิให้ขาดทุน
5. อย่าเริ่มก่อนแนวโน้ม ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ:ตามแผนภูมิของท่าน
6. เมื่อสงสัย ให้ออกจากตลาดและอย่าเข้าตลาดถ้ายังสงสัย
7. ซื้อขายเฉพาะหุ้นที่มีการซื้อขายมาก อย่ายุ่งกับหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวช้าหรือแน่นิ่ง
8. จงกระจายความเสี่ยง ซื้อขายหุ้นอย่างน้อย 4 ถึง 5 บริษัท ถ้าเป็นไปได้อย่างลงทุนจนหมดตัวในหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
9. จงอย่าใช้ราคาเฉพาะ ทั้งการซื้อและการขาย จงใช้ราคาตลาด
10. อย่าขายหุ้นทิ้งโดยไม่มีเหตุผลที่ดี จงใช้ STOP ORDER เพื่อป้องกันกำไรหดหาย
11. จงสะสมกำไร หลังจากที่ท่านประสบความสำเร็จและมีกำไรติดต่อกันหลายๆ ครั้ง จงสำรองกำไรส่วนนี้ไว้ต่างหากเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินหรือตอนที่มีการตื่น ตระหนก
12. อย่าซื้อ เพียงแต่เพื่อจะเอาเงินปันผล
13. อย่าเฉลี่ยการขาดทุน เพราะนี่เป็นความผิดที่เลวร้ายที่สุดที่นักค้าหุ้นไม่ควรทำ
14. อย่าออกจากตลาด เพียงเพราะว่าท่านหมดความอดทนหรือเข้าตลาด เพียงเพราะว่าท่านไม่อยากรอ
15. จงหลีกเลี่ยง การขายเพื่อเอากำไรแต่น้อยและอย่าปล่อยให้ขาดทุนมาก
16. จงอย่ายกเลิกคำสั่ง STOP ORDER ที่ท่านสั่งตอนที่ท่านซื้อขายหุ้นนั้น
17. จงหลีกเลี่ยง การเข้าและออกจากตลาดบ่อยเกินไป
18. จงพร้อมที่จะขาย เช่นเดียวกับซื้อและยึดวัตถุประสงค์ในการทำกำไรให้แน่วแน่
19. จงอย่าซื้อ เพียงเพราะราคาต่ำและอย่าขายเพียงเพราะคิดว่าราคาสูง
20. จงระวังการพีระมิดในจังหวะที่ผิด จงรอจนกระทั่งเริ่มมีการซื้อขายมากและระดับราคาได้วิ่งขึ้นผ่านระดับต้านทาน ก่อนที่จะซื้อเพิ่ม และรอจนกระทั่งราคาได้วิ่งตกต่ำกว่าระดับจำหน่ายจ่ายแจกก่อนที่จะซื้อเพิ่ม ขึ้น
21. เมื่อซื้อ จงสะสมหุ้นในบริษัทที่มีจำนวนทุนจดทะเบียนน้อย และ ถ้ายืมหุ้นคนอื่นมาขาย จงยืมหุ้นในบริษัทที่มีจำนวนหุ้นจดทะเบียนมาก
22. อย่าป้องกันการขาดทุน ในหุ้นที่ซื้อมาโดยการยืมหุ้นจากคนอื่นมาขายไปก่อน จงขายหุ้นที่ซื้อมาไปในราคาตลาดและยอมรับการขาดทุนเพื่อคอยโอกาสครั้งต่อไป
23. อย่าเปลี่ยนสถานภาพการลงทุน (POSITION) ในตลาดโดยไม่มีเหตุผลที่ดี เมื่อท่านตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้นแล้ว จงให้โอกาสตัวเองตามเหตุผลที่ดีบางประการหรือตามแผนที่กำหนดไว้ อย่าขายหรือซื้อจนกว่าจะมีสัญญาณบอกว่าแนวโน้มได้เปลี่ยนทิศทาง
24. จงหลีกเลี่ยงการเพิ่มพอร์ท หลังจากที่ประสบความสำเร็จและมีกำไรมาเป็นเวลานาน

เมื่อ ท่านตัดสินใจที่จะซื้อขายหุ้น ท่านต้องแน่ใจว่าท่านไม่ได้ฝ่าฝืนกฏข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ซึ่งเป็นกฏที่จำเป็นต่อความสำเร็จของท่าน หากท่านขายหุ้นไปโดยมีการขาดทุน จงทบทวนกฏข้างต้นใหม่และพิจารณาดูว่าท่านได้ทำผิดกฏข้อใด แล้วอย่าทำผิดเป็นครั้งที่ 2 ประสบการณ์และการพิจารณาอย่างรอบคอบจะทำให้ท่านเชื่อคุณค่าของกฏเหล่านี้ การสังเกตและการศึกษาจะนำท่านสู่วิธีการที่ถูกต้องเพื่อ ความสำเร็จและกำไรในตลาดหุ้น

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,123.0.html

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ช่วงเวลาที่ควรทำกำไรในตลาด Forex

การเล่นเทรดตามข่าวและเทคนิค
   
สำหรับคนที่เทรดตามข่าว  

          เวลา 1 เดือน มี ช่วง ฟันกันแบบชี้ชัด ในสไตล์ เกมรุก ทาง เทคนิค อยู่ สองสัปดาห์ และ อีกสัปดาห์ คือ สัปดาห์ของ ข่าวร้อนแรง ข่าวฉาวโฉ่(ที่น่ากลัวในสมัย เล่นแรกๆ เพราะบางคนเก่งข่าว มาขี้โม้ให้ฟัง สมัยนี้ มันเบสิคแล้ว ขอโทษด้วยที่จับทางได้) ส่วนอีก สัปดาห์ จะวิ่ง แบบ ค่อยๆไป เทคนิค เริ่ม ใช้ได้   ครบ 4 สัปดาห์ พอดี
   

เวลาการเทรดจะแบ่งออกเป็นช่วงๆ ดังนี้
   

             
1. เมื่อ เข้าสู่ เกือบต้นเดือน และต้นเดือนพอดี จะมีข่าว แรงๆเสมอ โดยมันจะ ประกาศ ให้คนทั่วโลกกลัว เลยทำให้ นักลงทุนระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่กล้า เล่นกันนัก เลยทำให้กราฟ ไม่วิ่งสักเท่าไหร่ ช่วงนี้ คือ ควรงดเทคนิค และ ระบบที่คิดว่า แน่ๆก็ งด เสีย!!!!  ควร หันมา สนใจ ในการ เล่นสั้นๆ เก็บเล็กน้อย แล้วปิด เพราะ ไม่ว่าจะ เทคนิค อะไรก็ตาม กราฟ หลอกแน่นอน ก็บอกแล้วไงครับ เป็นการรอ ราคาระหว่างนัก ซื้อและนักขาย เพื่อ รอประกาศ ข่าว

             2. สัปดาห์ที่สอง จะเริ่ม ง่ายขึ้น แต่จะยังไม่สดใส ในวันจันทร์ คือ กราฟ ซึม หม่นหมอง หดหู่ อาลัยแด่ นักลงทุนที่ขาดทุน ยับเยินจากข่าวและโดนเทคนิคอย่างจังแต่ สัปดาห์ นี้จะเริ่ม เทรด แบบ เทคนิคได้แล้ว จะไม่มีปัญหา แต่สัปดาห์ก็ควรดูสภาพตลาดด้วยก็ดี

             3. ส่วน สัปดาห์ที่ สาม ต่อมา ควรหันมาสนใจกันอย่างแรง เป็นสัปดาห์แห่งเทคนิค กลาง เดือน บางครั้งจะวิ่งตามเทคนิคตั้งแต่วันจันทร์ และวันจันทร์มักจะเริ่ม เจอเทรนที่ชัดเจน เล่นตามเทรนก็คงอิ่มกัน ทั่วหน้า ขาขึ้นจะขึ้นจนกว่าจะลง ขาลงจะลงจนกว่าจะขึ้น

             4.และสัปดาห์ก่อนสิ้นเดือน ก็แบบนี้เช่นกัน ไม่ว่า ข่าวกลางสัปดาห์ จะมาแบบไหน ถ้าไม่ใช้ ข่าว แรงๆแบบต้นเดือน ไม่มีทาง หลุดกรอบเทคนิคเคิลได้ เล่นตามเทคนิคก็จะได้ตามเทคนิค ที่เราเล่นครบ สี่ สัปดาห์ จะมีเกือบๆ สามสัปดาห์ ที่จะเล่นเทคนิคได้ แต่เทคนิคที่ชัวร์ๆ คือ กลางเดือนสองสัปดาห์ ก่อนจะสิ้นเดือน เทคนิค คืออุปกรณ์ ที่ช่วยตัวเองได้ดีที่สุด  ช่วงเวลาที่เหมาะสมเข้าทำกำไร
   
             ส่วนช่วงเวลา กราฟ มักจะ ขยับขยาย บิดเมื่อย ยักไหล่ เตรียมวิ่ง มักจะช่วง ตลาดยุโรปเปิด คือ ช่วง เที่ยง ควรมามอง หาจุดเข้า บ่ายหนึ่ง บ่ายสอง และบางครั้ง บ่ายสาม มักจะวิ่ง แต่ส่วนใหญ่จะบ่ายสอง บ่ายสาม กราฟวิ่งเสมอ  ส่วนตลาดอเมริโกย(กา) หกโมงเย็นก็มา ส่องๆมองๆ เตรียมตัวเทรด ช่วงทุ่ม ถึงสามทุ่มครึ่ง มักจะวิ่ง แต่ที่ชัดเจน สามทุ่ม มักจะ วิ่งเสมอ

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,79.msg92.html#msg92