นิสัยของนักเทรดแบบ Price Action ที่ประสบความสำเร็จ
นิสัยและตารางประจำวัน ของนักเทรดแบบ Price Action ที่ประสบผลสำเร็จ
การ
เทรดที่ประสบความสำเร็จ เป็นผลมาจาก การมีวินัย และการมีตาราง
ที่เซ็ตไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นส่วนประกอบ ของนักเทรดฟอร์เร็กซ์ที่มีวินัย
เราอาจจะเผลอ ไม่ทำตามกฏได้ง่ายมาก และ ทำให้ใช้อารมณ์มาติดสินใจ จนทำให้
เกิดความผิดพลาด ในฐานะเทรดเดอร์ คุณต้องหยุดเหตุการณ์เหล่านี้ให้ได้
โดยการเซ็ตตารางประจำวัน ที่คุณต้อง ปฏิบัติตามทุกวัน
ตารางประจำวันจะช่วยเพิ่มความมีวินัย และทำให้คุณรักษาวินัยในการเทรด
ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง มีความสำคัญ ต่อการพัฒนาจิตใจของคุณ
และนำไปสู่กำไรระยะยาว อย่างแท้จริง ถ้าคุณยังไม่ได้เซ็ตตารางประจำวัน
ที่ใช้ในการเทรด คุณต้องเริ่มพัฒนาขึ้นมาซักชุดหนึ่ง แล้วตลาดจะไม่สามารถ
ทำอันตรายกับบัญชีเทรดคุณได้
ยิ่งคุณสามารถทำตามตารางการเทรดได้ตามจุดประสงค์ ที่สัมพันธ์กับตลาด
คุณก็จะเผชิญกับ การใช้อารมณ์ในการเทรด น้อยลงเท่านั้น
• กำหนดเวลาดูหน้าจอที่แน่นอนในแต่ละวัน
หน้าที่
อย่างแรก ในแต่ละวันของนักเทรดแบบ Price Action คือ ต้องรู้ว่า
เมื่อไหร่คุณ ควรจะวิเคราะห์ตลาด คุณต้องใส่ใจกับงาน และ หน้าที่การงาน
งานประจำของคุณ เช่นเดียวงานประจำในครอบครัว ถ้าคุณพบว่า เวลาที่คุณมี
พอที่จะดูหน้าจอได้ นั่นก็คือ เวลาก่อนนอน คุณก็สมควรจะใช้เวลานั้น
ซึ่งเวลาส่วนใหญ่ ที่เรา ควรใช้ดูตลาด ก็คือ ราว 4 - 5 โมงเย็น
(หมายถึงเวลา สหรัฐฯ) ซึ่งเป็นเวลาเปิดของตลาดยุโรป ตอนนี้ คุณจะ
อยู่ถึงตีหนึ่ง - ตีสองก็ไม่มีใครว่า แต่คุณต้องวิเคราะห์ตลาด
ในเวลานี้ทุกวัน
เมื่อเลือกแล้วว่า
ช่วงเวลาไหนที่คุณสามารถใช้เวลาดูกราฟได้ ควรจะเลือกว่า
คุณต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ในการ วิเคราะห์ ในการเทรดแบบ Price action หรือ
ใช้ในการดูว่า ออร์เดอร์ที่คุณเปิดก่อนหน้า เป็นอย่างไร การกำหนด เวลา
ในการเฝ้าดูหน้าจอ มีส่วนสำคัญมากในการฝึกใจ และ ความสำเร็จในการเทรด
เทรดใน Time Frame daily ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความกดดันมากนัก และ เป็น Time
Frame ที่ได้ผลดีด้วย เมื่อคุณเริ่มมีทักษะในการเทรด แบบ price action
คุณก็สามารถดูคู่เงินแต่ละคู่ ที่เทรดในช่วงเวลาที่กำหนดได้
ถ้าหากว่าคู่ที่คุณกำลังดูอยู่ ไม่มี การเกิดรูปแบบที่คุณตั้งไว้
คุณก็ไปเทรดคู่อื่น ๆ ถ้าคุณไม่เจอรูปแบบที่คุณอยากจะเทรด
ก็ไม่ควรจะเทรดในวันนั้น เพราะ ถ้าขืนคุณยังดื้อดึง คุณจะเจ็บตัว
และไม่ประสบความสำเร็จในฐานะนักเทรดในระยะยาว เพราะคุณจะเริ่ม
วิเคราะห์มากเกินไป แล้วพยายามหาเหตุผลในการเทรดตลอดเวลา
คุณจะรู้ว่ามันจะทำให้เสียเงินได้
• ทำตามแผนการเทรดแบบ Price Action
ถ้า
คุณคือ นักเทรดแบบ Price Action คุณจะรู้ว่า
คุณกำลังมองหารูปแบบกราฟแบบไหนอยู่แต่ละวันในตลาด เมื่อคุณรู้
ก็ควรจะเขียนลงไป
และกำหนดแผนการเทรดที่คุณกำลังจะเข้าเทรดในแต่ละวันกับเวลาที่คุณมี
ถ้าไม่สามารถกำหนดแผนที่เป็นตัวตน คุณควรจะรีบวางแผนอะไรไว้ได้แล้ว
ท่องในใจตลอดว่า ต้องทำตามแผน การเทรดทุกวัน อ่านทุกวัน
แผนการที่ชัดเจนควรจะมี จุดเข้า จุดออก กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยง
และมีเป้าหมาย ระยะยาว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญ
ในแผนการเทรดที่ควรมีไว้เป็นอย่างน้อย
ตามเป้าหมายของแผนการเทรดของ
คุณ ทำให้คุณทำตามแผนได้อย่างแน่นอนในแต่ละวัน ช่วยให้มีสมาธิ ยังเป็น
แนวทางในแต่ละวันให้คุณในการวิเคราะห์ตลาด
การวิเคราะห์ตลาดจะต้องเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งนักเทรดส่วนใหญ่
ไม่มีขั้นตอนในการวิเคราะห์ หรือ ไม่มีตาราง
ซึ่งจะนำไปสู่การเทรดแบบไม่มีแบบแผน แล้วคุณจะสามารถเป็น นักเทรดที่มีวินัย
และวิเคราะห์เป็นขั้นเป็นตอนได้อย่างไร? ถ้าคุณไม่มี แม้กระทั่งแผนการว่า
คุณกำลังทำอะไรอยู่ พวกวิศวะกรสร้างบ้านโดยไม่มีพิมพ์เขียวหรือ? ไม่ แน่นอน
มันจะพังทลาย และไม่แข็งแรง และแน่นอน ทุก ๆ คนที่พยายาม
อยากจะเป็นนักเทรดฟอร์เร็กซ์มืออาชีพ ถึงรู้สึกว่าแผนการเทรดนั้น
สำคัญขนาดไหน การกระทำต่าง ๆ ในลักษณะนิสัยที่เป็นขั้นเป็นตอน
กับตลาดที่ไม่สามารถควบคุมได้ อย่างตลาดฟอร์เร็กซ์นั้น เป็นหัวใจ
ในการทำกำไร ไม่มีพื้นที่สาหรับคำว่าโชค
ในหน้าพจนานุกรมการเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จระยะยาว และ
การเป็นนักเทรดมืออาชีพ ก็ไม่ต้องอาศัยโชค เพราะว่าสิ่งที่เราต้องมี คือ
แผนการเทรด
• บันทึกการเทรด
การบันทึกการเทรด
นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ที่คุณอาจจะไม่เคยคิดถึงมันเลย
ในหนังสือที่สอนเกี่ยวกับการเทรด หลาย ๆ เล่ม มักจะพูดถึงการบันทึกการเทรด
และกล่าวว่า คุณควรจะเขียน แม้กระทั่งว่าคุณใช้ค่าอะไรบ้าง ในการเทรด
เพื่อที่จะวิเคราะห์ได้ว่า ทำไมคุณถึงผิด ทำไมคุณถึงถูก
และขณะที่กำลังบันทึกข้อมูลเหล่านี้ ผมรู้สึกว่า ผมลืมอะไรไปอย่าง
การประสบความสำเร็จในการเทรดนั้นขึ้นอยู่กับว่า
จัดการกับอารมณ์ของคุณได้ดีขนาดไหน คุณค่าที่แท้จริงของการทำบันทึกประจาวัน
ที่ให้คุณได้คือ การประเมินว่า คุณรู้สึกอย่างไรในแต่ละวันที่คุณเทรด
เกี่ยวกับกิจกรรมการเทรดของคุณ และยังเป็นแบบประเมินสถานะอารมณ่ของคุณ
แต่ละวันด้วย
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่คุณจะต้องเขียนว่า
คุณรู้สึกอย่างไรก่อนการเทรด และ หลังการเทรด เขียนลงไปด้วย
ถ้าคุณกำไรแล้วคุณรู้สึกอย่างไร คุณขาดทุนแล้วคุณรู้สึกอย่างไร
สิ่งนี้จะให้คุณสองอย่าง คือ มันจะช่วยให้คุณ ทำทุกอย่าง
ไปในทิศทางที่ถูกต้อง หลังจากที่คุณปิดออร์เดอร์ไปแล้ว
ซึ่งมันจะทำให้คุณมีจิตใจนิ่งมากยิ่งขึ้น จากการที่คุณได้กำไร หรือ
ขาดทุนก้อนใหญ่ และยังป้องกันไม่ให้คุณกระโดดเข้าไปในตลาด โดยทันทีด้วย
และนอกจากนี้ มันจะทำให้คุณมองภาพออกว่า
อารมณ์นั้นผูกติดอยู่กับความสำเร็จในการเทรดได้อย่างไร ถ้าคุณ
ซื่อสัตย์ในการเขียนบันทึก คุณจะเริ่มเห็นว่า ยิ่งคุณใช้อารมณ์ในการเทรด
ยิ่งจะทำให้คุณเสียเงินมากขึ้น มันเป็น ความแปรผันกัน ระหว่างอารมณ์กับเงิน
ในการเทรดฟอร์เร็กซ์ ของคุณ
สิ่งอื่น ๆ
ที่ควรจะบันทึกในบันทึกการเทรดของคุณอีกก็คือ คุณสามารถเขียน (หรือพิมพ์)
สรุปภาวะตลาดประจำวัน ซึ่งนี่จะทำให้คุณเข้าใจสภาวะตลาด สภาวะเศรษฐกิจ หรือ
ข่าวที่ออกมา และทำให้คุณระวังในสิ่งที่จะเกิด ในตลาด มากขึ้น
มันจะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาในแต่ละวัน
และยังทำให้มอง ภาพรวมตลาดออก ถ้าคุณต้องทำธุระ และไม่ได้เทรด
ซักหนึ่งสัปดาห์ เมื่อคุณกลับาแล้วอย่ารีบเทรดทันที ให้คุณทำการบันทึกสรุป
สภาวะตลาด ไปซักหนึ่งอาทิตย์เสียก่อน แล้วคุณจะเข้าใจและรู้สึกถึง กระแสน้ำ
และกระแสการไหลของราคา เพราะการเข้าใจทิศทางของราคา มีความสำคัญมาก
• ทำจิตใจ และร่างกายให้สะอาด ดีกว่าเอาเวลาไปนั่งเฝ้าหน้าจอเพิ่ม
อย่าง
ที่ได้เกริ่นมาก่อนหน้า การใช้เวลาในการวิเคราะห์ตลาดมากเกินไป
จะทำให้คุณมีผลตรงกันข้าม ถ้าคุณพบว่า มีเวลาว่าง
และอยากจะใช้เวลาเหล่านั้นในการดูกราฟ คิดว่าคุณควรจะใช้ทำงานอดิเรกดีกว่า
การออกกำลังกาย จะช่วยให้คุณ ทำตามตารางชีวิตประจำวันของคุณได้
และมันจะทำให้คุณรู้สึกดีทั้งจิตใจ ทั้งร่างกายอีกด้วย
การใช้เวลาในการออกกำลังกายนั้น ย่อมดีกว่า
การใช้เวลาเพิ่มในการวิเคราะห์ตลาด คุณจะสามารถควบคุมตัวเอง ได้
ไม่ใช่ให้ตลาดมาควบคุมคุณ ถ้าคุณยังมีเวลาเหลือจากการออกกำลังกาย
ก็ให้คุณอ่านหนังสือ เพื่อช่วยเปิด โลกทัศน์
มันไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเทรดเสมอไป
คุณสามารถอ่านอะไรก็ได้ ที่ช่วยออกกำลัง สมอง ของคุณ
และทำให้สมองตอบสนองได้ดี จำไว้ว่า ตารางประจาวันของคุณ
เป็นกุญแจไปสู่ความสำเร็จ ระยะยาวในตลาด อย่าดูถูกมัน การเทรดฟอร์เร็กซ์
เป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง และ คุณก็ควรทำเหมือนกับ การประกอบ ธุรกิจ เช่นกัน
ภายใต้ตารางที่แน่นอน และ เคร่งครัด ไม่แตกต่างกัน กับการเทรดฟอร์เร็กซ์
ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,486.0.html
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Price Action แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Price Action แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558
นักเทรดแบบ Price Action
ป้ายกำกับ:
การวิเคราะห์,
จิตใจ,
โลกทัศน์,
สภาวะเศรษฐกิจ,
Price Action,
Time Frame
วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ความจริงเกี่ยวกับการเทรด Forex
ผมเชื่อว่าหลายคนเข้ามาในตลาดแห่งด้วยสายตาที่คิดว่าตลาดแห่งนี้จะมีเงินทอง
ไหลมาเทมา บางคนฝันว่าตัวเองจะได้มีรถสปอร์ตหรูขับ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีเทรดเดอร์น้อยคนมากที่สามารถไปถึงจุดนั้นได้จริง ๆ แล้วความเป็นจริงคืออะไรละ?
สิ่งที่เป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริงสำหรับการเทรด
มัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีทุนเท่าไหร่ในการอยู่ในตลาดแห่งนี้คุณเอาเงินเข้ามาใน ตลาดเท่าไหร่คุณก็จะได้ออกไปในจำนวนประมาณนั้นละครับ มันต่างกันมากเลยระหว่างคนที่เข้ามาในตลาดด้วยเงิน 1000$ กับคนที่เอาเข้ามาด้วยจำนวนเงิน 100, 000$ หากเทียบกันแล้วคนที่มีโอกาสจะได้ในชีวิตเทรดเดอร์ชิว ๆ ก็ต้องเป็นคนที่มีทุนมากกว่าใช่ไหมละครับ มันเป็นการคำนวณตัวเลขง่าย ๆ เลย ยิ่งมีเงินในบัญชีมากเท่าไหร่นั่นก็หมายความว่าคน ๆ นั้นก็ไม่ต้องเทรดอะไรมากก็สามารถเทรดไปวัน ๆได้อย่างสบายใจและสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการเทรดจริง ๆ ได้
คุณล้อผมเล่นรึเปล่า?
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนจะมีคำถามทันทีเลยว่า “งั้นก็ออกจากงานที่ทำเลยดิแล้วทุ่มเงินสัก 10000$ มาลงกับ Forex เลย” งั้นลองมาดูตัวอย่างข้างล่างนี้ครับ
ตัวอย่าง
สมมุติว่าคุณต้องการเงิน 50000$ ต่อปีถึงจะเพียงพอต่อการมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการเทรด
บัญชีของนาย A มี 10000$ ถ้าจะทำ 50000$ จะต้องทำถึง 500% ต่อปี
บัญชีของนาย B มี 200,000$ ถ้าจะทำ 50000$ ทำ 25% ต่อปีก็เพียงพอละ
จาก ตัวอย่างข้างบนแสดงให้เห็นชัด ๆ เลยครับว่าเทรดเดอร์ เอ ต้องทำให้ได้ตั้ง 500% ถึงจะอยู่รอดได้ทั้งปีในขณะที่เทรดเดอร์ บี ที่มีเงินมากกว่าขอแค่ 25% ของพอร์ตก็อยู่ได้ละ อันนี้ยังไม่รวมความเสี่ยงหรือการเพิ่ม lot ของวิธีเทรดของแต่ละคนอีกนะครับ แล้วการที่ต้องเทรดมากกว่า 5% ของพอร์ตต่อเดือนถือเป็นความเสี่ยงมาก ๆ บางคนอาจจะพูดว่า “5% ของพอร์ตต่อเดือน นิดเดียวเอง” แต่ 5% รวมกัน 12 เดือนก็เท่ากับ 60% เลยนะครับและถ้าหากคุณเพิ่ม lot อีกละ ความเสี่ยงของคุณอาจจะพุ่งสูงขึ้นถึง 80% ของพอร์ตเลยทีเดียว
ความเพ้อฝันส่งผลอะไรกับบัญชีของเรา?
หลาย ๆ คนคิดวิธีการบริหารการเงินที่สวยหรูมากเช่น 100 orders ก็สามารถรวยได้เลยเป็นต้น พอมีคนถามว่าแล้วถ้าเสียละ? ก็อึ้งกันไปเลยนี่เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนพลาดเพราะลืมคิดไปว่าถ้าเสียจะทำยังไงและสิ่งที่ทำให้แผนอันสวยหรูต้องพัง พินาศลงก็คือ 2 สิ่งนี้
ข้อที่ 1: การ Overtrade
ข้อที่ 2: ใส่ lot มากเกินไปในการเทรดแต่ละครั้ง
การ overtrade เป็นอะไรที่พบเห็นได้บ่อยไม่ว่าจะเทรดเดอร์มือใหม่มือเก่าที่ยังไม่หลุดออก จากความเพ้อฝันของตัวเอง พวกเขาจะมีความคิดว่ายิ่งเทรดมากก็ยิ่งได้มากแต่ความจริงแล้วมันตรงกันข้าม เลย การที่ยิ่งเทรดมากในตำแหน่งที่ตัวเทรดเดอร์คนนั้น ๆ ไม่ได้เปรียบมีแต่จะทำให้เสียมากขึ้นต่างหาก
การลง lot ที่หนักไปก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เงินของคุณหายไปได้ในพริบตาเช่นเดียวกัน เทรดเดอร์หน้าใหม่บางครั้งเวลาที่ได้เงินมาเยอะ ๆ ในช่วงแรกจะคิดว่าพวกเขาทำได้และใส่ lot หนักกว่าเดิมเพราะอยากรวยไว ๆ และสุดท้ายการเทรดก็จะไม่ต่างอะไรไปจากการพนันในที่สุดและบัญชีของพวกเขา เหล่านั้นก็ต้องกลายเป็น 0 และเดินออกจากตลาดไปในที่สุด
ความจริงแล้ว “อะไร” ที่จะทำให้เราเป็นเทรดเดอร์ที่แท้จริงได้
ก่อน อื่นเลยหากคุณเคยล้างพอร์ตหรือมีประสบการณ์การเทรดมาแล้วในระดับหนึ่งเมื่อ คุณมาถึงตรงนี้แล้วคุณต้องยอมรับความจริงข้างบนให้ได้เสียก่อน จากนั้นความจริงอีกข้อที่คุณต้องเข้าใจคือ เทรดเดอร์แต่ละคนไม่มีทางที่จะเหมือนกัน วิธีการคิด วิธีการเทรด วิธีการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ขับขันย่อมแตกต่างกันออกไปแล้วแต่คน การเรียนรู้ ที่จะเทรดแบบ Price Action เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเทรดเดอร์ในการเป็นเทรดเดอร์ที่ ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะเทรดในแบบของคุณและมีการบริหารเงินที่อยู่บนความเป็น จริงจะทำให้คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในที่สุด
ที่ผมเลือกบท ความนี้มาแปลเพราะผมคิดว่าคนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รู้ความจริงอยู่ว่าสิ่ง ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่มันคืออะไร มันโหดร้ายแค่ไหน ไม่มีอะไรในโลกได้มาโดยง่ายครับ ยิ่งเป็นอิสรภาพทางการเงินด้วยแล้วยิ่งเป็นของมีค่ามาก ๆ มันก็ยิ่งยาก มันไม่ผิดที่คุณจะฝันถึงการได้ขับรถสปอร์ตด้วยเงินจาก Forex แต่คุณก็ต้องยอมรับความเป็นจริงด้วยว่าตลาดนี้มันมีความเสี่ยงอยู่ จากการคำนวณข้างบนอย่าคิดนะครับว่าอ่านบทความนี้จบแล้วจะขายทุกอย่างเพื่อ เอาเงินทั้งหมดมาแล้วทำให้ตัวเองอยู่ได้เพียง 25% ต่อปี คุณยังต้องคิดอีกว่า คุณมีประสบการณ์มากพอไหม คุณเทรดเก่งแล้วรึเปล่า คุณรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ที่เหมาะสมกับตัวเองแล้วหรือยังและความจริงอีกข้อ หนึ่งคือคุณไม่สามารถทำให้ 100$ กลายเป็น 1 ล้านเหรียญได้แต่ 100$ สามารถกลายเป็น 500$ ได้ 500>1000$ 1000>2000 2000>4000 ได้ มันต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปครับเมื่อเงินเยอะขึ้นคุณจะสามารถลง lot ได้มากขึ้นไม่ต้องรีบร้อนขอเพียงคุณมีกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมรับรองว่า เงินของคุณไม่หนีไปไหนแน่นอนครับ
ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,148.0.html
สิ่งที่เป็นไปได้ในโลกแห่งความเป็นจริงสำหรับการเทรด
มัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีทุนเท่าไหร่ในการอยู่ในตลาดแห่งนี้คุณเอาเงินเข้ามาใน ตลาดเท่าไหร่คุณก็จะได้ออกไปในจำนวนประมาณนั้นละครับ มันต่างกันมากเลยระหว่างคนที่เข้ามาในตลาดด้วยเงิน 1000$ กับคนที่เอาเข้ามาด้วยจำนวนเงิน 100, 000$ หากเทียบกันแล้วคนที่มีโอกาสจะได้ในชีวิตเทรดเดอร์ชิว ๆ ก็ต้องเป็นคนที่มีทุนมากกว่าใช่ไหมละครับ มันเป็นการคำนวณตัวเลขง่าย ๆ เลย ยิ่งมีเงินในบัญชีมากเท่าไหร่นั่นก็หมายความว่าคน ๆ นั้นก็ไม่ต้องเทรดอะไรมากก็สามารถเทรดไปวัน ๆได้อย่างสบายใจและสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการเทรดจริง ๆ ได้
คุณล้อผมเล่นรึเปล่า?
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้หลาย ๆ คนจะมีคำถามทันทีเลยว่า “งั้นก็ออกจากงานที่ทำเลยดิแล้วทุ่มเงินสัก 10000$ มาลงกับ Forex เลย” งั้นลองมาดูตัวอย่างข้างล่างนี้ครับ
ตัวอย่าง
สมมุติว่าคุณต้องการเงิน 50000$ ต่อปีถึงจะเพียงพอต่อการมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการเทรด
บัญชีของนาย A มี 10000$ ถ้าจะทำ 50000$ จะต้องทำถึง 500% ต่อปี
บัญชีของนาย B มี 200,000$ ถ้าจะทำ 50000$ ทำ 25% ต่อปีก็เพียงพอละ
จาก ตัวอย่างข้างบนแสดงให้เห็นชัด ๆ เลยครับว่าเทรดเดอร์ เอ ต้องทำให้ได้ตั้ง 500% ถึงจะอยู่รอดได้ทั้งปีในขณะที่เทรดเดอร์ บี ที่มีเงินมากกว่าขอแค่ 25% ของพอร์ตก็อยู่ได้ละ อันนี้ยังไม่รวมความเสี่ยงหรือการเพิ่ม lot ของวิธีเทรดของแต่ละคนอีกนะครับ แล้วการที่ต้องเทรดมากกว่า 5% ของพอร์ตต่อเดือนถือเป็นความเสี่ยงมาก ๆ บางคนอาจจะพูดว่า “5% ของพอร์ตต่อเดือน นิดเดียวเอง” แต่ 5% รวมกัน 12 เดือนก็เท่ากับ 60% เลยนะครับและถ้าหากคุณเพิ่ม lot อีกละ ความเสี่ยงของคุณอาจจะพุ่งสูงขึ้นถึง 80% ของพอร์ตเลยทีเดียว
ความเพ้อฝันส่งผลอะไรกับบัญชีของเรา?
หลาย ๆ คนคิดวิธีการบริหารการเงินที่สวยหรูมากเช่น 100 orders ก็สามารถรวยได้เลยเป็นต้น พอมีคนถามว่าแล้วถ้าเสียละ? ก็อึ้งกันไปเลยนี่เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนพลาดเพราะลืมคิดไปว่าถ้าเสียจะทำยังไงและสิ่งที่ทำให้แผนอันสวยหรูต้องพัง พินาศลงก็คือ 2 สิ่งนี้
ข้อที่ 1: การ Overtrade
ข้อที่ 2: ใส่ lot มากเกินไปในการเทรดแต่ละครั้ง
การ overtrade เป็นอะไรที่พบเห็นได้บ่อยไม่ว่าจะเทรดเดอร์มือใหม่มือเก่าที่ยังไม่หลุดออก จากความเพ้อฝันของตัวเอง พวกเขาจะมีความคิดว่ายิ่งเทรดมากก็ยิ่งได้มากแต่ความจริงแล้วมันตรงกันข้าม เลย การที่ยิ่งเทรดมากในตำแหน่งที่ตัวเทรดเดอร์คนนั้น ๆ ไม่ได้เปรียบมีแต่จะทำให้เสียมากขึ้นต่างหาก
การลง lot ที่หนักไปก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เงินของคุณหายไปได้ในพริบตาเช่นเดียวกัน เทรดเดอร์หน้าใหม่บางครั้งเวลาที่ได้เงินมาเยอะ ๆ ในช่วงแรกจะคิดว่าพวกเขาทำได้และใส่ lot หนักกว่าเดิมเพราะอยากรวยไว ๆ และสุดท้ายการเทรดก็จะไม่ต่างอะไรไปจากการพนันในที่สุดและบัญชีของพวกเขา เหล่านั้นก็ต้องกลายเป็น 0 และเดินออกจากตลาดไปในที่สุด
ความจริงแล้ว “อะไร” ที่จะทำให้เราเป็นเทรดเดอร์ที่แท้จริงได้
ก่อน อื่นเลยหากคุณเคยล้างพอร์ตหรือมีประสบการณ์การเทรดมาแล้วในระดับหนึ่งเมื่อ คุณมาถึงตรงนี้แล้วคุณต้องยอมรับความจริงข้างบนให้ได้เสียก่อน จากนั้นความจริงอีกข้อที่คุณต้องเข้าใจคือ เทรดเดอร์แต่ละคนไม่มีทางที่จะเหมือนกัน วิธีการคิด วิธีการเทรด วิธีการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ขับขันย่อมแตกต่างกันออกไปแล้วแต่คน การเรียนรู้ ที่จะเทรดแบบ Price Action เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับเทรดเดอร์ในการเป็นเทรดเดอร์ที่ ประสบความสำเร็จได้ในอนาคต เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะเทรดในแบบของคุณและมีการบริหารเงินที่อยู่บนความเป็น จริงจะทำให้คุณเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในที่สุด
ที่ผมเลือกบท ความนี้มาแปลเพราะผมคิดว่าคนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รู้ความจริงอยู่ว่าสิ่ง ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่มันคืออะไร มันโหดร้ายแค่ไหน ไม่มีอะไรในโลกได้มาโดยง่ายครับ ยิ่งเป็นอิสรภาพทางการเงินด้วยแล้วยิ่งเป็นของมีค่ามาก ๆ มันก็ยิ่งยาก มันไม่ผิดที่คุณจะฝันถึงการได้ขับรถสปอร์ตด้วยเงินจาก Forex แต่คุณก็ต้องยอมรับความเป็นจริงด้วยว่าตลาดนี้มันมีความเสี่ยงอยู่ จากการคำนวณข้างบนอย่าคิดนะครับว่าอ่านบทความนี้จบแล้วจะขายทุกอย่างเพื่อ เอาเงินทั้งหมดมาแล้วทำให้ตัวเองอยู่ได้เพียง 25% ต่อปี คุณยังต้องคิดอีกว่า คุณมีประสบการณ์มากพอไหม คุณเทรดเก่งแล้วรึเปล่า คุณรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ที่เหมาะสมกับตัวเองแล้วหรือยังและความจริงอีกข้อ หนึ่งคือคุณไม่สามารถทำให้ 100$ กลายเป็น 1 ล้านเหรียญได้แต่ 100$ สามารถกลายเป็น 500$ ได้ 500>1000$ 1000>2000 2000>4000 ได้ มันต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปครับเมื่อเงินเยอะขึ้นคุณจะสามารถลง lot ได้มากขึ้นไม่ต้องรีบร้อนขอเพียงคุณมีกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมรับรองว่า เงินของคุณไม่หนีไปไหนแน่นอนครับ
ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,148.0.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)