แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สกุลเงิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สกุลเงิน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Forex คืออะไร

Forex คืออะไร


ถ้า คุณเคยเดินทางไปต่างประเทศ คุณจะต้องเคยเห็นบูธสำหรับแลกเปลี่ยนสกุลเงินตามสนามบินหรือสถานที่ท่อง เที่ยวต่างๆ และคุณจะต้องเคยนำเงินในกระเป๋าของคุณเข้าไปแลกเปลี่ยนให้เป็นเงินสกุลของ ประเทศที่คุณเดินทางไป เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายซื้อของในประเทศนั้น
การทำ อย่างนี้ก็คือคุณได้เข้ามามีส่วนร่วมในตลาด Forex แล้ว คือคุณมีการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน เช่นคุณขายเงินของคุณซึ่งเป็นสกุลเงินบาทและซื้อเงินสกุลดอลลาร์มาเก็บไว้ ใช้จ่าย
และสมมติตอนคุณกำลังจะเดินทางกลับประเทศ คุณได้เข้าไปที่บูธแลกเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อจะนำเงินดอลลาร์ที่เหลือจากการ ใช้จ่ายมาแลกเปลี่ยนคืนให้เป็นสกุลเงินบาท คุณพบว่าสกุลงินดอลลาร์มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่เปลี่ยนไป ทำให้คุณสามารถทำกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินคืนได้
ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน สกุลเงินต่างประเทศ (Foreign Exchange) หรือปกติเราเรียกว่า “Forex” หรือ “FX” เป็นตลาดการเงินการลงทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ตลาด Forex จะมีขนาดใหญ่กว่ามากอย่างเทียบกันไม่ได้ คือมีมูลค่าการซื้อขายถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน
เรามาลองเปรียบเทียบ ให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมติเราเปรียบตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก New York Stock Exchange (NYSE) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขาย 22,400 ล้านดอลลาร์ต่อวัน เป็นสัตว์ประหลาดด้านล่างนี้


 ทุกๆ วันคุณอาจจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับตลาดหุ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากทีวี วิทยุ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรือเว็บไซต์เกี่ยวกับการเงินการลงทุนต่างๆ ทำให้คุณอาจจะรู้สึกว่าตลาดหุ้นนั้นเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก
แต่ถ้าคุณนำตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาเปรียบเทียบกับตลาด Forex ก็จะมีลักษณะเช่นนี้

สังเกตกราฟด้านล่างแสดงมูลค่าการซื้อขายต่อวันของตลาด Forex เปรียบเทียบกับ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค โตเกียว และประเทศไทย


จะ เห็นได้ว่าตลาด Forex มีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดถึง 200 เท่า และในปริมาณการซื้อขายทั้งหมดของตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์ มีมูลค่าการซื้อขายที่เกิดจากนักลงทุนรายย่อยหรือนักลงทุนอิสระ(นักลง ทุนอย่างพวกเรา)ถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์!

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,541.0.html

ความสัมพันธ์รหว่างตลาดหุ้นและ Forex

ความสัมพันธ์รหว่างตลาดหุ้นและ Forex
คุณ ทราบหรือไม่ว่า ข้อมูลตลาดหุ้น (ตลาดหลักทรัพย์) สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำนายการเคลื่อนไหวในตลาดค้าสกุลเงินได้ อย่างเช่นข้อมูลข่าวสารที่คุณได้รับจากสื่อต่างๆ เช่น จากโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ เพราะดูเหมือนว่าตลาดหุ้นเป็นตลาดทุนส่วนใหญ่ที่ครอบคลุมตลาดการลงทุนอย่าง ใกล้ชิด แต่สิ่งหนึ่งที่คุณลืมไม่ได้คือ ถ้าต้องการจะซื้อหุ้นจากประเทศใดประเทศหนึ่ง คุณจะต้องมีสกุลเงินท้องถิ่น เช่น นักลงทุนชาวยุโรปต้องการจะลงทุนในญี่ปุ่น สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือแลกเปลี่ยนเงินสกุลยูโร (EUR) ของเขาเป็นเงินเยน (JPY) ของญี่ปุ่นก่อน ถ้าความต้องการที่จะลงทุนในญี่ปุ่นมีมาก ก็จะมีผลทำให้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น และถ้ามีการขายยูโรมากขึ้น ก็มีผลทำให้ ค่าเงิน ยูโรอ่อนค่าลงด้วยเช่นกัน เมื่อการลงทุนในตลาดใดก็ตามมีภาพรวมออกมาดี ก็จะมีเงินจากต่างชาติไหลเข้ามาลงทุน แต่เมื่อใดที่ตลาดมีภาพรวมว่ากำลังย่ำแย่ นักลงทุนต่างชาติก็จะถอนการลงทุน และไปหาที่ลงทุนใหม่ทีดีกว่า
แม้ว่าคุณจะไม่ได้เทรดหุ้น แต่ในฐานะ Forex เทรดเดอร์ คุณก็ควรจะใส่ใจกับตลาดหุ้นในประเทศที่สำคัญ ถ้าตลาดหุ้นในประเทศใดประเทศหนึ่งเริ่มจะมีประสิทธิภาพดีกว่าตลาดหุ้นใน ประเทศอื่น คุณก็ควรจะรู้ด้วยเพราะว่าเงินอาจไหลออกจากประเทศที่ตลาดหุ้นซบเซาไปสู่ ประเทศที่มีการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า และนี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าสกุลเงินของประเทศที่มีตลาดหุ้นแข็งแกร่งแข็ง ค่าตาม ในขณะที่ค่าของสกุลเงินของประเทศที่มีตลาดหุ้นอ่อนแอนั้นอ่อนค่าตามตลาดหุ้น ไปด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ แนวคิดทั่วไปคือ : ตลาดหุ้นที่แข็งแกร่ง ทำให้ค่าสกุลเงินแข็งแกร่ง และ ตลาดหุ้นที่อ่อนแอ ทำให้ค่าสกุลเงินอ่อนแอด้วย ถ้าคุณซื้อสกุลเงินของประเทศที่มีการลงทุนในตลาดหุ้นแข็งแกร่ง และขายสกุลเงินที่มีตลาดหุ้นที่อ่อนแอ คุณก็สามารถที่จะทำกำไรอย่างงามได้

ดัชนีตลาดหุ้นที่สำคัญทั่วโลก
ดัชนี เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวน์โจนส์ (Dow Jones Industrial) เป็นหนึ่งในดัชนีหุ้นชั้นนำในสหรัฐอเมริกา สามารถใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบดูว่าบริษัทชั้นนำ 30 บริษัทที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปซื้อขายหุ้นนั้นมีสถานภาพเป็นอย่างไร บ้าง แม้จะมีชื่อว่า Industrial แต่บริษัทเหล่านี้แทบจะไม่ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหรรมการผลิตสินค้าเลย แต่กลายเป็นตัวแทนของบริษัทยักษ์ใหญ่บางบริษัทในสหรัฐอเมริกา ทำให้เป็นที่จับตามองอยากมากจากนักลงทุนทั่วโลก และกลายเป็นดัชนีบ่งชี้ความเชื่อมั่นของตลาดที่สำคัญ จึงทำให้มีความไวต่อเศรษฐกิจและการเมืองทั่วโลก
บริษัทที่อยู่ในดาวน์โจน ต่างเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่คุณอาจมีส่วนร่วมในบางสิ่งอยู่ทุกวัน เช่น AT&T, McDonalds, หรือ Intel และบริษัทเหล่านี้เองที่อยู่ในกลุ่มดาวน์โจนส์

Standard & Poor 500 หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ S&P 500 เป็นดัชนีถ่วงน้ำหนักของราคาหุ้นของบริษัทอเมริกันที่ใหญ่ที่สุด 500 บริษัท ถือว่าเป็นกลุ่มผู้นำสำหรับเศรษฐกิจอเมริกัน และยังใช้ในการดูทิศทางของเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาด้วย
นอกจาก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวน์โจนส์ S&P 500 เป็นดัชนีซื้อขายที่มากที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่มีทั้ง กองทุนรวม กองทุนแลกเปลี่ยนซื้อขายและกองทุนอื่นๆ เช่น กองทุนบำนาญ ซึ่งถูกก่อตั้งมาเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของดัชนี S&P 500 ในสหรัฐอเมริกาเงินหลายร้อยพันล้านดอลลาร์สหรัฐได้นำมาลงทุนในรูปแบบนี้

NASDAQ เป็นชื่อย่อของ National Association of Securities Dealers Automated Quotationsหมายถึงสามคมตัวแทนจำหน่ายหลักทรัพย์ตามใบเสนอราคาโดยอัตโนมัติ แห่งชาติ ซึ่งก็คือ ตลาดหุ้นที่ทำการค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยบริษัทและองค์กรทั้งหมดประมาณ 3,700 แห่ง และยังเป็นตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

Nikkei (นิกเกอิ) นั้นคล้ายกับ Dow Jones Industrial คือ เป็นค่าเฉลี่ยที่มากที่สุดและใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดหุ้นญี่ปุ่น เป็นราคาเฉลี่ยน้ำหนักของบริษัทชั้นนำ 225 บริษัท จึงเป็นตัวสะท้อนภาพของตลาดโดยรวมในญี่ปุ่น บริษัทที่อยู่ในกลุ่มนิกเกอิ ได้แก่ Toyota, Japan Airline และ Fuji Film เป็นต้น

DEX เป็นชื่อย่อของ Deutscher Aktien Index คือ ดัชนีตลาดหุ้นของประเทศเยอรมนี ที่ประกอบด้วยบริษัทที่มีฐานะมั่นคง 30 บริษัท ที่มีการซื้อขายในตลาดหุ้นแฟรงค์เฟิร์ต และเนื่องด้วยเยอรมนีเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยูโรโซน จึงทำให้ DAX กลายเป็นดัชนีที่มีการจับตาดูกันมากที่สุดในยุโรป ตัวอย่างบางบริษัทที่อยู่ใน DEX เช่น Adidas, BMW, Deutsche Bank เป็นต้น

Down Jones Euro stock 50 index คือ ดัชนีของบริษัทชั้นนำที่มีพื้นฐานดีเยี่ยมในโซนยุโรป ประกอบด้วยกว่า 50 บริษัท ของ 12 ประเทศในแถบยูโรโซน ก่อตั้งขึ้นโดย บริษัท Stoxx Ltd., ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ Deutsche Boerse  AG, Dow Jones & Company และ SIX Swiss Exchange

FTSE อ่านว่า Footsie (ฟุ๊ซซี่) เป็นดัชนีที่ติดตามประสิทธิภาพของบริษัทที่ส่วนใหญ่นั้นมีทุนสูง ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นลอนดอนประเทศอังกฤษ
FTSE มีดัชนีหลายอย่าง เช่น FTSE 100, FTSE 250 ขึ้นอยู่กับจำนวนของบริษัทที่ร่วมอยู่ในกลุ่มดัชนีนั้น

Hang Seng หรือ ดัชนีฮังเส็ง เป็นดัชนีของตลาดหุ้นฮ่องกง จะมีการทำบันทึกและตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นของบริษัทที่รวมอยู่ใน กลุ่มดัชนีแบบรายวัน ทำให้สามารถติดตามผลการดำเนินงานโดยรวมของตลาดหุ้นฮ่องกงได้

ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดหุ้นและ Forex
ประเด็น หนึ่งเกี่ยวกับการนำข้อมูลจากตลาดหุ้นทั่วโลกมาใช้เพื่อการตัดสินใจในตลาด Forex ก็คือ การหาคำตอบที่ว่า สิ่งไหนที่เป็นตัวชี้นำกันแน่ ระหว่างตลาดหุ้น และ Forex มันก็เหมือนกับคำถามโลกแตกที่ว่า “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน ?” 
แนวคิดพื้นฐานคือ เมื่อตลาดหุ้นมีทิศทางที่ดี มีความเชื่อมั่นในประเทศนั้นๆว่ากำลังเติบโตได้ดี ทำให้มีเงินทุนจากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาลงทุน ก็มีแนวโน้มที่จะสร้างความต้องการค่าสกุลเงินของประเทศนั้นๆ ทำให้ค่าสกุลเงินนั้นแข็งค่ากว่าเมื่อเทียบกับค่าสกุลเงินอื่น ในทางกลับกัน ถ้าตลาดหุ้นภายในประเทศมีปัญหา ความเชื่อมั่นก็ลดลง นักลงทุนต่างชาติก็ไม่อยากจะลงทุนต่อจึงนำเงินลงทุนเปลี่ยนกลับเป็นสกุลดั้ง เดิมของตนเอง
แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงสองปีที่ผ่านมาหลักการนี้ใช้ไม่ได้กับประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น บ่อยครั้งที่ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ไม่ได้มีน้ำหนักสำหรับค่าเงินดอลลาร์และเยนของตนเองเลย ก่อนอื่นลองมาดูความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีดาวน์โจน และ นิกเกอิ เพื่อให้เห็นว่าตลาดหุ้นทั่วโลกมีการดำเนินการที่ที่เกี่ยวข้องกันอย่างไร


 ตั้งแต่ มีการเปลี่ยนแปลงศตวรรษใหม่ ในปี 2000 ดัชนีดาวน์โจนส์ของสหรัฐอเมริกา และนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่น ก็เคลื่อนที่ไปด้วยกันเหมือนคู่รักที่จูงมือกันในวันวาเลนไทน์ มีจังหวะขึ้นลงไปพร้อมกัน และยังสังเกตเห็นว่า บางครั้งดัชนีตัวหนึ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หรือ อ่อนค่าลงก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนที่ตามดัชนีชี้วัดอีกตัวหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกมักจะมีทิศทางไปในทางเดียวกัน


ความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นและสกุลเงิน

Nikkei and USD/JPY
ก่อน ที่เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในสภาวะถดถอย ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2007 เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำมากที่สุด การเติบโตของ GDP ลดลงติดต่อกัน นิกเกอิและ USD/JPY มีความสัมพันธ์ที่ผกผันตรงกันข้ามกัน นักลงทุนต่างเชื่อว่า ประสิทธิภาพของตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะสะท้อนถึงสถานะของประเทศ ดังนั้นการลงทุนอย่างมหาศาลในนิกเกอิ ทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น ในทางตรงกันข้าม เมื่อไหร่ก็ตามที่ปริมาณการลงทุนใน นิกเกอิ ลดลง คู่สกุลเงิน USD/JPY ก็จะมีทิศทางเป็นขาขึ้นด้วย


 แต่ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ที่เคยมีก็เปลี่ยนไป กลายเป็นบ้าคลั่ง ดัชนีนิกเกอิ และ USD/JPY ที่เคยเคลื่อนที่ในทิศทางที่ตรงกันข้าม ก็กลายเป็นเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน
       
Dow Jones and USD/JPY
คราว นี้เราลองมาดูความสัมพันธ์ระหว่าง USD/JPY และดาวน์โจนส์กันบ้าง จากสิ่งที่คุณอ่านก่อนหน้านี้คุรอาจคิดว่า USD/JPY และ ดาวน์โจนส์ต้องมีความสัมพันธ์กัน อย่างไรก็ดี เมื่อดูชาร์ตด้านล่างคุณจะทราบว่ามันไม่เชิงว่าจะเป็นเช่นนั้น เหมือนว่าความสัมพันธ์จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ไม่แข็งแกร่งเท่าใดนัก


 ลอง ดูที่ดาวน์โจนส์ มีการดีดตัวขึ้นมาที่ 14,000 เมื่อปลายปี 2007 ก่อนที่จะร่วงลงมา ในปี 2008 และในเวลาเดียวกัน USD/JPY ก็ร่วงลงมาด้วย แต่ลักษณะการเคลื่อนที่ไม่รวดเร็วเหมือนดาวน์โจนส์
สิ่งนี้สามารถเตือน เราได้ว่า เราต้องคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐาน ควบคู่กับเทคนิคอล และ ความเชื่อมั่นของตลาดเสมอ อย่าใช้แค่ความสัมพันธ์ของตลาด เพราะมันไม่สามารถการันตีความแม่นยำได้

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,540.0.html

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บทที่ 1 ทำความรู้จักทองคำก่อนการลงทุน

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคนเถ้าคนแก่ หรือ อาจจะกระทั่งตัวเองได้เคยซื้อ (ถ้าแก่พอ) ทองคำบาทละ 400 บาท สมัยนั้น (ปี พศ.2516) ทองคำ 1 ออนซ์ ถูกกำหนดตายตัวไว้แค่ 42.22 ดอลล่าร์ อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 20 บาทกว่าๆครับ วันนี้ ราคาระดับหมื่นกว่าบาทแล้ว และอาจจะไปถึง 2หมื่นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เกิดอะไรขึ้นกับทองคำ ใครไม่รู้ประวัติ ก็มาฟังผมเล่าฉบับย่อสุดๆ (เพราะรู้นิดเดียว ฮิฮิ)

สมัยก่อน ราวปี 1875-1914 ทองคำถูกใช้เป็นมาตรฐานระบบการเงิน ซึ่งกำหนดความแตกต่างด้วยปริมาณทองคำสำรองระหว่างสกุลเงินของ 2 ประเทศ ระบบนี้มีปัญหาในทางปฏิบัติเพราะต้องสำรองทองคำในปริมาณมหาศาลเพื่อรักษาดี มานด์/ซัพพลายทางการเงินให้มีเสถียรภาพ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่หลังสหรัฐตั้งตัวเป็นเจ้าโลกแทนอังกฤษที่เสื่อม อำนาจลง เรียกว่า ข้อตกลงเบรตัน วูดส์ ใน ค.ศ. 1944 ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในเวลาต่อมา
หนึ่ง ในสาระสำคัญของเบรตัน วูดส์คือ การตีค่าตายตัวเอาไว้ว่า 35 ดอลลาร์เท่ากับทองคำ 1 ออนซ์ และเงินสกุลทั่วโลกจะผูกค่าเอาไว้นิ่งกับค่าดอลลาร์ อำนาจครอบงำจากดอลลาร์จึงเกิดขึ้น

เงินดอลลาร์กลายเป็นเงินสากลและ ถูกนำไปใช้ทั่วโลก และตกค้างในประเทศต่างๆในจำนวนพอๆกับในสหรัฐฯ เมื่ออเมริกันกระโจนเข้าสู่สงครามเวียดนาม และช่วงสงครามเย็น ภาระที่แบกรับมากเกินของรัฐบาลอเมริกัน ทำให้ดอลลาร์เริ่มมีค่าน้อยลงกว่าทองคำ สหรัฐขาดดุลการค้ามากขึ้นเรื่อยๆ หลายประเทศเริ่มแคลงใจ สงสัยว่าสหรัฐพิมพ์แบงค์ออกมาใช้มากกว่าทองคำที่เป็นทุนสำรองอยู่ จึงนำดอลล่าร์ไปแลกทองคำกลับมา และแน่นอน สหรัฐไม่มีปัญญาหาทองคำมาให้แลกคืนได้พอหรอก เพื่อปกป้องค่าดอลลาร์ไว้ ใน ค.ศ. 1971 ริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยนั้น ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์คงที่กับทองคำ ยุติการซื้อขายทองคำกับดอลลาร์เอาดื้อๆ เป็นการฉีกข้อตกลงเบรตันวูดส์อย่างสิ้นเยื่อใย และแน่นอน ประเทศอื่นก็ทำอะไรไม่ได้

สหรัฐเป็นผู้ที่มีทองคำเป็นทุนสำรองมากที่ สุดในโลกด้วยเหตุนี้ละมั๊งครับ ทั้งที่ขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่องมายาวนาน นับตั้งแต่ตั้งตัวเองขึ้นเป็นเจ้าโลก ประเทศอื่นเอาทองคำไปแลกกระดาษดอลล่าร์มาเพื่อใช้เป็นทุนสำรองในการซื้อขาย ระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ข้าวสาร สากกะเบือ เรือรบ เพราะระบบการเงินที่เอาตัวเองเป็นแกน พอระบบที่ตัวเองตั้งขึ้น มันไปไม่ได้ เพราะตัวเองใช้เกินตัว ก็ชักดาบเอาดื้อๆ โดยไม่มีใครกล้าหือ

แล้วทำไมเราต้องไปยุ่งกับดอลล่าร์ด้วย?
- เพราะสหรัฐเป็นผู้ที่ถือครองทองคำมากที่สุด มีอิทธิพลในการกำหนดราคาทองคำมากที่สุด
- เพราะทองคำ ถูกกำหนดมูลค่าเป็นดอลล่าร์ ความสัมพันธ์จึงแนบแน่นเกินจะหลีกเลี่ยง
นวัต กรรมทางการเงินใหม่ๆที่สหรัฐประดิษฐ์ขึ้น ล้วนเป็นที่มาของฟองสบู่เศรษฐกิจที่แตกมาหลายครั้ง และสะเทือนไปทั่วโลก รวมถึงนวัตกรรมล่าสุด ซึ่งเป็นที่มาของวิกฤติซัพไพร์มที่กำลังลามทั่วโลกขณะนี้ ทั้งหมด ยังคงเกิดจากพฤติกรรมกร่าง ใช้จ่ายเกินตัวเหมือนเช่นอดีตที่ผ่านมาครับ และคงไม่ต้องเดาเลยว่า มูลค่าทองคำจะสูงขึ้นไปได้อีกขนาดไหน เมื่อเทียบกับดอลล่าร์

 ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,471.0.html

คุณเล่น forex ได้อย่างไร กำไรหรือขาดทุนมาจากไหน

โดยปกติแล้วท่านเล่น forex ท่านเป็นสกุลเงินเป็นคุ่  แต่ท่านเลือกเล่น EURUSD  ท่านทราบหรือป่าวว่าท่าน ซื้อ EUR  เพื่อต้องการให้ EUR ชนะ USD


สกุล เงินจะแสดงราคาเป็นคู่เสมอ  ทุกรายการเแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  ต้องซื้อสกุลเงินหนึ่ง  และขายอีกสกุลเงินหนึ่งในเวลาเดียวกัน  สกุลเงินตัวแรกที่อยุ่ด้านซ้ายมื่อของเครื่องหมาย ( / )  เรียกว่า Base Currency     เป็นสกุลเงินหลัก   ( GBP/USD )
อีกตัวอยุ่ด้านขวาของ  ( / ) เรียกว่า Counter  หรือ Quot Currency  (คือเงินดอนล่าร์) 

เมื่อ ทำการซื้ออัตราแลกเปลี่ยน  จะบอกว่าจะต้องจ่ายกี่หน่วยของ Quot Currency  เพื่อที่จะซื้อ  Base Currency  ต่อหนึ่งหน่วยจากตัวอย่างด้านบนต้องจ่าย 1.51258  ดอนล่าร์  เพื่อที่จะซื้อ 1 ปอนค์  เมื่อทำการขายอัตราแลกเปลี่ยน  จะบอกว่าจะจ่ายกีหน่วย   ของ Quot Currency   เพื่อทำการขาย   Base Currency   ต่อหนึ่งหน่อย



ช่วงนี้ต้องอ่านหลาย ๆ รอบ นะครับถึงจะเข้าใจ

Bid / Ask  bid ราคาจะต่ำกว่าราคา Ask เสมอ

Bid คือราคาที่  Dealer   กำลังซื้อ Base Currency  ในการแลกเปลี่ยน สำหรับ  Quot Currency แบบนี้หมายความว่า Bid คือ  ราคาที่คุุณจะขาย  Sell  (  เวลาคุณ  Sell  จะซื้อที่ราคา Bid  ขายที่ราคา Ask )
Ask  คือราคาที่ Dealer   กำลังขาย Base Currency  ในการแลกเปลี่ยน  เพื่อให้ได้ Quot Currency  แบบนี้หมายความว่า Ask คือราคาที่คุณจะซื้อ Buy   ( เวลาคุณ buy จะซื้อที่ราคา Ask ขายที่ราคา Bid ) สำหรับการซื้อหรือขาย  Buy/Sell   ความหมายง่าย ๆ คือ

จะซื้อคู่เงินที่เชื่อว่า  Base Currency  จะมีอัตราราคาเพิ่มขึ้นกว่า  Quot Currency  (BUY)
และจะ Sell  ในคู่ที่คิดว่า  Base Currency จะมีอัตราราคาลดลงกว่า Quot Currency (Sell)

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,134.0.html



วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เราจะทำเงินด้วยการเทรด Forex ได้อย่างไร

คุณจะทำเงินด้วยการเทรด Forex ได้อย่างไร 

   
          ในตลาดฟอเร็กซ์ คุณจะซื้อหรือขายสกุลเงินนั้นเป็นเรื่องที่ง่าย เครื่องมือของการเทรดคล้ายๆกันซึ่งหาได้จากตลาดอื่นๆ เช่นตลาดหุ้น ดังนั้นเมื่อคุณมีประสบการณ์ในการเทรด คุณน่าจะมีความสามารถที่จะทำกำไรได้เร็วขึ้น
   
          วัตถุประสงค์ของการเทรดฟอเร็กซ์คือ การแลกเปลี่ยนสกุลหนึ่งเพื่อให้ได้อีกสกุลเงินหนึ่งและคาดหวังว่าราคาจะเปลี่ยนแปลง นั้นหมายความว่า สกุลเงินที่คุณได้ซื้อจะต้องมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงิน หนึ่งที่คุณขาย

ตัวอย่างของการทำเงินจากการซื้อสกุลเงินยูโร (euros)

          อัตรา แลกเปลี่ยนอัตราส่วนง่ายของสกุลเงินหนึ่งเทียบเงินสกุลเงินอื่นๆ ตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยนของ USD/CHF บ่งชี้ว่า กี่ดอลล่าร์สหรัฐ จึงจะซื้อ 1 Swiss francs ได้ หรือ กี่ ฟรังส์สวิส จึงจะซื้อ หนึ่งดอลล่าร์ ได้

          
คุณจะอ่านราคา Forex ได้อย่างไร
          สกุลเงินแสดงราคาเป็นคู่เสมอ เช่น GBP/USD หรือ USD/JPY เหตุผลที่แสดงราคาเป็นคู่ๆ ก็เพราะว่าในทุกๆรายการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศคุณต้องซื้อสุกลเงิน หนึ่งและขายอีกสกุลหนึ่งๆ ในเวลาเดียวกัน นี่คือตัวอย่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของ ค่าเงินปอนด์(GBP) เทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ(USD)

GBP/USD=1.7500
          สกุลเงินตัวแรกที่อยู่ด้านซ้ายมือของเครื่องหมาย สแลซ (Slash /) จะเรียกว่า Base Currency สกุลเงินหลัก ในตัวอย่างนี้ก็คือค่าเงินปอนด์ (GBP)  ขณะที่อีกหนึ่งตัวที่อยู่ด้านขวาของสแลซ ถูกเรียกว่า Counter หรือ quot currency ในตัวอย่างนี้ก็คือ ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ(USD)

          เมื่อคุณทำการซื้อ อัตราแลกเปลี่ยนจะบอกคุณว่า คุณจะต้องจ่ายกี่หน่วยของ quote currency เพื่อที่จะซื้อ Base currency ต่อหนึ่งหน่วย จากตัวอย่างด้านบน คุณต้องจ่าย 1.7500 ดอลล่าร์เพื่อที่จะซื้อ 1 ปอนด์
เมื่อคุณทำการขาย อัตราแลกเปลี่ยนก็จะบอกคุณว่า คุณจะจ่ายกี่หน่วยของ Quote currency เพื่อทำการขาย Base currency ต่อหนึ่งหน่วย จากตัวอย่างด้านบน คุณจะได้รับ 1.7500 U.S ดอลล่าร์ เมื่อคุณขาย 1 ปอนด์

          ค่าเงินหลัก ตัวหน้า (Base currency) คือ (basis) ส่วนสำคัญ สำหรับการซื้อ หรือ ขาย ถ้าคุณซื้อ EUR/USD ความหมายง่ายๆก็คือคุณกำลังซื้อ base curency และกำลังขาย quote currency ในเวลาเดียวกัน
คุณจะซื้อคู่เงินที่คุณเชื่อว่า Base Currency จะมีอัตราราคาเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ quote currency และคุณจะเซลคู่ที่คุณคิดว่า base currency นั้นมีอัตราของราคาลดลงเมื่อเทียบกับ quote currency

Long/Shot 
          ก่อนอื่น คุณต้องรู้ว่า คุณต้องการซื้อ(Buy) หรือ ว่าขาย(Sell)
          ถ้าคุณต้องการที่จะซื้อ คุณต้องการให้ Base Currency มีค่ามากขึ้นแล้วคุณจะขายมันที่ราคาสูงกว่า แบบนี้เรียกว่า “going long “ หรือเรียกว่า Long position และจำไว้ว่า Long =Buy
ถ้าคุณต้องการที่จะขาย (Sell) คุณต้องการให้ราคา Base Currency ลดลง แล้วคุณจะซื้อ Buy มันกลับที่ราคาต่ำกว่าเดิม แบบนี้เรียกว่า Going Short หรือ เรียกว่า Short position  และจำไว้ว่า Short=Sell

Bid/Ask  Spread 
          ในตารางแสดงราคาฟอเร็กจะประกอบด้วย Bid และ Ask ราคา Bid จะต่ำกว่าราคา Ask เสมอ
          Bid คือราคาที่ Dealer กำลังจะซื้อ Base Currency ในการแลกเปลี่ยนสำหรับ Quote Currency แบบนี้หมายความว่า  Bid ก็คือราคาที่คุณจะขาย (sell) 
Ask คือราคาที่ Dealer กำลังจะขาย Base Currency ในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้ Quote Currency แบบนี้หมายความว่า Ask คือราคาที่คุณจะซื้อ (Buy)
          ส่วนต่างระหว่าง ราคา Bid และ Ask ส่วนใหญ่จะรู้จักกันดี หรือที่เรียกว่า Spread

มาดูตัวอย่างของตารางแสดงราคา

  Spead bid-ask
          นี่คือ ตารางแสดงราคาของคู่เงิน GBP/USD ราคาบิดคือ 1.7445 และราคา ask คือ 1.7449  ถ้าคุณต้องการที่จะ Sell  GBP คุณก็กด Sell แล้วคุณก็เซลเงินปอนด์ที่ราคา 1.7445 ถ้าคุณต้องการที่จะ Buy GBP  คุณ Click Buyแล้วคุณก็ได้บายเงินปอนด์ในราคา 1.7449  จากตัวอย่างนี้ คุณจะต้องวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะ บาย หรือจะ เซล คู่เงินนั้นๆ ถ้าคุณรู้สึกเบื่อกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานให้คุณผ่านขึ้นตอนนี้ไปได้ เลย

EUR/USD 
          ในตัวอย่างนี้ EURO เป็น Base Currency และเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการ Buy/Sell
ถ้าคุณเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะอ่อนค่ามากๆ ซึ่งเป็นข่าวร้ายสำหรับ US ดอลล่าร์  คุณก็ดำเนินการ Buy EUR/USD ได้ ในระหว่างคุณซื้อยูโรไปแล้วในความคาดหมายของคุณ Euro จะต้องเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ US ดอลล่า
          แต่ถ้าคุณเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐดีมากๆ และยูโรอ่อนค่ามากๆเมื่อเทียบกับ ดอลล่าสหรัฐ จะดำเนินการ Sell EUR/USD ได้เลย ในระหว่างที่คุณ Sell ตามการคาดการณ์ว่า พวกเราจะต้องร่วง เมื่อเทียบกับ US ดอลล่าร์

USD/JPY 
          ในตัวอย่างนี้ ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ (USD) เป็น Base Currency และ ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการ Buy/Sell
          ถ้าคุณเชื่อว่า นักลงทุนญี่ปุ่่นกำลังดึงเงินออกจากสถาบันการเงินของสหรัฐ และเปลี่ยนจาก US ดอลล่าร์เป็นค่าเงิน เยน ของพวกเราแล้ว นี่คือ สิ่งที่เลวร้ายของ US ดอลล่า คุณดำเนินการ Sell USD/JPY ได้ทันที โดยการกระทำการ Sell  US ดอลล่าร์ของคุณโดยการคาดการณ์ที่ว่า พวกเราจะต้องร่วงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่น

GBP/USD 
          ในตัวอย่างนี้ GBP เป็น Base Currency แล้วมีความสำคัญต่อการ Buy/Sell
          ถ้าคุณคิดว่าเศรษฐกิจของอังกฤษโตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐ คุณก็ดำเนินการเปิดออเดอร์ Buy  ได้ การ Buy ปอนด์ โดยการคาดการณ์ที่ว่า พวกเขาต้องมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับดอลล่าสหรัฐ

USD/CHF 
          ในตัวอย่างนี้ USD เป็น Base Currency ดังนั้นจึงมีความสำคัญในการ Buy/Sell
          ถ้าคุณเชื่อว่า ฟรังค์สวิส มีค่ามากเกินไป ให้คุณเปิดออเดอร์ Buy ได้ โดยการกระทำการ Buy Us ดอลล่าร์ของคุณหวังว่าพวกเราจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อเทียบกับฟรังค์ สวิส  แต่ถ้าคุณเชื่อว่า ตลาดบ้าน สหรัฐ เกิดภาวะฟองสบู่แตกซึ่งเป็นสิงเลวร้ายสำหรับการเจริญเติบโตของเศรญฐกิจสหรัฐ ทำให้ค่าเงินดอลล่าอ่อนตัว  คุณสามารถดำเนินการเปิดออเดอร์ Sell USD/CHF ได้เลย และคาดการณ์ว่าพวกเราจะต้องร่วงเมื่อเทียบกับค่าเงิน Swiss franc

Demo Account (บัญชีเงินปลอม)
          คุณสามารถเปิดบัญชีเงินปลอมได้ฟรีได้ทุกๆโบรกเกอร์ บัญชีนี้มีการบรรจุของบัญชีจริงอยู่ด้วย ทำไมถึงฟรี ก็เพราะว่า ทางโบรกเกอร์ต้องการให้คุณเรียนรู้จากภายในและภายนอกของโปรแกรมการเทรดของ พวกเขาและถ้าเป็นเวลาอันดีและไม่มีความเสี่ยง และเมื่อคุณตกหลุมรักกับโปรแกรมเทรดและระบบของเขา คุณก็ลงทุนด้วยเงินจริง บัญชีเงินปลอมนี้สามารถทำให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับตลาด Forex และสามารถทดสอบความสามารถและทักษะในการเทรดของคุณโดยไม่มีความเสี่ยง

“คุณควรที่จะเทรดบัญชีเงินปลอมก่อนอย่างน้อยหกเดือนก่อนที่คุณคิดอย่างระเอียดรอบคอบว่าจะใส่เงินจริงของคุณลงไป”

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,90.0.html

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พื้นฐานความเข้าใจ กับการเทรด Forex

ตลาด forex นั้นได้เปิดกว้างให้บุคคลทั่วไปได้เเข้ามาทำการซื้อขายได้ เกือบ 10 ปีแล้ว ในสมัยก่อน ตลาด forex เข้าถึงได้เฉพาะสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร, บริษัทขนาดใหญ่ องค์กร ระดับประเทศ ปัจจุบันนี้ ตลาด forex ได้เปิดกว้างให้บุคคลทั่วไปได้เข้ามาทำการซื้อขายได้ และเป็นประเด็นร้อน ซึ่งทำให้นักลงทุนหลายคนจับตามอง และอยากเรียนรู้มัน

forex คืออะไร? forex เป็นคำย่อของ Foreign Exchange การเทรด forex ก็คือการซื้อขาย สกุลเงินต่าง ๆ ทั่วโลก ในตลาด forex ซึ่งเป็นตลาดทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยปกติปริมาณการซื้อขายต่อวันของตลาด forex นั้นสุงเป็นล้านล้าน USD

ตลาด forex เปิดทำการ 24 ชม ตลอดวัน นั้นทำให้ forex เป็นตลาดที่ทำการซื้อขายได้ลื้นไหลที่สุดในโลก การเทรดของวันจะเริ่มต้นที่ตลาด ซิดนี้ และจบที่ ตลาด นิวยอร์ค, การเทรด forex นั้นไม่มีศูนย์กลางอยู่ในที่ไดที่หนึ่ง นั้นหมายความว่า คุณสามารถเทรด forex จากที่ไหนก็ได้ที่คุณต้องการ และไม่จำกัดเวลา ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่งสำหรับผู้เทรด

การเทรด forex นั้น จำเป็นต้องเทรดเป็นคู่ เมื่อคุณซื้อเงิน สกุลเงินหนึ่ง นั้นหมายถึง คุณกำลังขายสกุลอื่นอยู่ด้วยในเวลาเดียวกัน
คู้สกุลเงินที่เป็นที่นิยมในตลาด Forex คือ USD/GBP, USD/JYP, USD/CHF และ GBP/USD คุณจะเห็นว่า แต่ละสกุลเงิน
แสดงโดยใช้ตัวอักษร 3 ตัว

USD (United State dollar) คือเงินยูเอส ดอลลาห์
GBP(British pound sterling) คือเงินปอนด์ อังกฤษ
JYP(Japanese yen) คึอเงินเยน ญี่ปุ่น
CHF (Swiss franc) คือเงิน ฟรังก์สวิตซ์

สกุลเงินด้านหน้า ของคู่เงิน หมายถึง สกุลเงิน ที่คุณใช้สำหรับลงทุน ส่วนสกุลเงินด้านหลัง หมายถึงสกุลเงินซื้อลงทุน ตัวอย่าง
USD/GBP หมายถึง คุณใช้เงิน USD เพื่อซื้อเงิน GBP

ในการเริ่มต้น เข้าเทรดในตลาด Forex คุณจำเป็นต้องมี คอมพิวเตอร์ พร้อมกับ การเชื่อมต่อด้วย อินเตอร์เนต ความเร็วสูง เงินทุน ใน บัญชีสำหรับเทรด Forex และระบบการเทรด โดยส่วนใหญ่แล้ว นักลงทุนทั่วไปจะซื้อขายผ่านโบรคเกอร์ ซึ่งทำหน้าที่คอยช่วยเหลือ ให้ความสะดวกในกระบวนการเทรด

โบรคเกอร์จะได้เงินจากค่าคอมมิสชัน ที่เราเข้าเทรดแต่ละครั้ง ถึงแม่ว่าโบรคเกอร์จะเป็นผู้ส่งคำสั่งซื้อขาย จากเงินทุนของเรา แต่ การตัดสินใจทั้งหมดนั้น จะขึ้นอยู่กับคุณเท่านั้น มาดูว่า โบรคเกอร์ทำอะไรให้กับคุณบ้าง

- นำเสนอ และแนะนำ เกี่ยวกับการซื้อขายแบบเรียลไทม์
- นำเสนอ และแนะนำ ว่าอะไรควรซื้อ อะไรควรขาย จากบทความ และข่าวสาร
- ใช้เงินทุนของคุณเข้าเทรดในตลาด Forex ตามการตัดสินใจ และการส่งคำสั่ง ซื้อ ขาย ของคุณ
- ให้ข้อมูล และซอฟท์แวร์ เพื่อช่วยคุณ ในการตัดสินใจ

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ ได้กล่าวว่า "คุณจะไม่มีทางเข้าใจ ว่า Forex ทำงานอย่างไร จนกว่า คุณจะได้เข้าเทรดในตลาด Forex จริง" เพื่อช่วยให้คุณมีประสบการณ์มากขึ้น โดยไม่ต้องเสี่ยงลงทุนจริง คุณสามารถเปิดบัญชีทดลอง จากเวปไซท์การศึกษา Forex หรือ จากโบรคเกอร์ ได้ จากนั้น คุณจะสามารถจำลองการเทรด อย่างเสมือนจริง และได้เรียนรู้สภาวะตลาดจริง ที่หลากหลาย รวมถึงดู ผลกระทบของสกุลเงินต่าง ๆ จากในอดีตได้

ตลาด Forex สามารถให้โอกาศนักลงทุน หาเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในตลาด Forex นั้นมีความเสี่ยง ไม่มีนักลงทุนคนไหนที่สามารถทำกำไรได้ จากการเข้าเทรดทุกครั้ง นอกจากนี้ ผู้เทรดอาจขาดทุนอย่างหนัก ถ้าไม่ระมัดระวัง หรือไม่ได้ลงทุนอย่างฉลาด

บทความต้นฉบับ (ภาษาอังกฤษ)
Forex - Forex Trading 101 - A Basic Understanding โดย เดวิด ซิลวา (David Silva) 


ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,51.0.html

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

เรียนรู้ Forex Trading: ตัวเลือกที่แตกต่างกัน

Forex trading, อาจได้ยินผู้คนมากมายของมันอยู่แล้ว, แต่ไม่ใช่ทั้งหมดรู้ว่ามันคืออะไรทั้งหมดเกี่ยวกับ. หนึ่งมักอาจคิดว่า มันเป็นสำหรับ ‘big’ ที่, บิ๊กธุรกิจและองค์กร. แต่นั่นคือไม่ดังนั้น, อันที่จริง, มีบุคคลทั่วไปที่จะเข้าซื้อขาย forex มากมาย.

ต่างประเทศหรือประชาชาติมีสกุลเงินอื่น. แต่สกุลเงินทั้งหมดไม่มีการซื้อขายในตลาด FX. มีสกุลเงินหลักเจ็ดที่ซื้อขายในตลาด. Forex ค้าคือ การซื้อ และขายของสกุลเงินในการจับคู่. นอกจากนี้คุณอาจจะสามารถทำการค้าขาย โดยไม่มีคู่สกุลเงิน. ตัวอย่างการทั่วไปคือ ดอลลาร์สหรัฐ/ญี่ปุ่นเยน. พื้นฐานการค้า forex เป็นสกุลเงินในราคาที่ต่ำกว่าซื้อ และขายที่ราคาสูงขึ้นมาก. แต่บางครั้ง, มีความรู้นี้มีไม่เพียงพอ. Forex เทรดมากสิ่งที่แตกต่างกันที่แต่ละบุคคลทั้งหมดที่ไม่มีความรู้ที่เหมาะสมบนที่เกี่ยวข้องกับ.

ใช้เวลาการค้า Forex วางยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน, ดังนั้นแม้เมื่อคุณกำลังหลับ, การค้าขายกันอยู่. FX ตลาดคือ ตลาดทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งหมดทีเดียว. นั่นคือเหตุผลที่องค์กรมากมาย และแต่ละบุคคลจะดึงดูดการทำการค้าขาย.

ก่อนที่จะ, speculators ขนาดใหญ่, ธนาคารและสกุลเงิน traders ครอบงำตลาด FX, แต่ที่ไม่เป็นจริงวันเหล่านี้. ขณะนี้มีโบรกเกอร์ที่สามารถช่วยบุคคลและบริษัทขนาดเล็ก โดยการแบ่งหน่วยเข้าบัญชีทันที.

ถ้าคุณสนใจ forex trading, คุณสามารถทำได้เพียงอย่างเดียว, แต่ความพยายามที่เข้าร่วมประชุม forex ชั้นแรก, หรือปฏิบัติเป็นการ apprentice. ตลาด forex เป็นแบบเปลี่ยนแปลงได้, traders ใหม่อาจหาได้ยากเนื่องจากของความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ.

ตัวเลือกสองล่าสุดจะดีขึ้นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณยังใหม่ในตลาด FX. ด้วยวิธีนี้, คุณจะได้ประโยชน์มากจากการมีผู้สอน well-experienced. คุณจะมีเวลาจริงพบซึ่งคุณสามารถใช้ในภายหลังเมื่อคุณทำการค้าของคุณ.

คุณจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการของ forex ซื้อขายครั้งแรก. โปรดจำไว้ว่า ตลาด FX ไม่มีขอบเขตหรืออุปสรรค. ดังนั้นก่อนที่จะกระโดดเข้าไปในตลาด, คุณจำเป็นต้องทราบจุดด้านขวา.

Charting และแม็ปยังมีประเด็นที่สำคัญในการค้าขาย forex. ซอฟต์แวร์การทำแผนภูมิจะพร้อมใช้งาน, คุณสามารถป้องกันอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับมัน; ตลอดจนเรียนรู้วิธีการใช้อย่างถูกต้องแมป. เจอแบบนี้, คุณสามารถดูวิธีย้ายตลาด. และคุณสามารถเดี๋ยวนี้ดีตัดสินใจว่าจะซื้อ หรือขายสกุลเงิน, และหากำไรในกลับ.

อีกสิ่งที่สำคัญในการเรียนรู้เป็นเทรดจิตวิทยา. คุณควรทราบวิธีการจัดการกับการขาดทุนทั้งหมดของคุณอย่างถูกต้อง, แน่นอนคุณไม่คาดหวังให้ได้ตลอดเวลา. ถ้าเป็นระยะสั้น คุณได้ทำการขาดทุนมากมาย, บางทีเวลาหยุดเพียงสำหรับบาง. ไม่ต้องถูกเก็บในการทำการค้าขาย, มิฉะนั้น คุณอาจต้องชำระขาดทุนมากมาย.

Starters ใหม่ใครได้ทันทีได้กำไรมากมายอาจคิดว่า พวกเขารู้มากจนเกินไป. แต่มันช่วยให้คุณทราบว่าไม่เหมือนกันทั้งหมด throughout. กำไรดี oftentimes กระตุ้นคนเพิ่มเติมในการซื้อขายมาก, โดยไม่คิดของความเสี่ยง. วินัยคือ คุณลักษณะหนึ่งที่คุณควรฝึก และเรียนรู้.

Starters, ใครไปถึงเทรดในตนเอง, โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ, อาจไม่ประสบความสำเร็จในทางการค้าแบบนี้, ไม่ยกเว้นที่เขาหรือเธอเป็น ‘นิ '. แม้ว่าพวกเขาอาจสนุกสนานกับยอดกำไร, เวลาจะมาเมื่อไม่ได้ทันกับการค้าขายโดยไม่มีความรู้ซื้อขาย forex และด้านเทคนิคของ.

เป็นการพาณิช, คุณคนเดียวสามารถตัดสินใจเลือกที่จะดีที่สุดสำหรับคุณ. เรียนรู้การซื้อขาย forex ต้องอุทิศตน, ถ้าคุณสามารถดึงมันปิดบนของคุณเอง, ดีสำหรับคุณ. แต่ ถ้าคุณคิดว่า คุณต้องการให้ความช่วยเหลือเล็กน้อย, คุณมีอิสระที่จะเลือกจากหลายเทรดคลาสที่ได้รับการเสนอ; หรือคุณสามารถเป็นของนายหน้าซื้อขายแบบ apprentice. อย่างไรก็ตาม เลือกของคุณ, คุณสามารถเรียนรู้มากเกี่ยวกับ forex trading. และประสบการณ์การเรียนรู้ของคุณทั้งหมดสามารถเป็นความสำคัญเมื่อคุณทำการค้าที่แท้จริงของคุณ.

ไม่มีไม่มีทดแทนเพื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม. ซึ่งให้จุดจับดีเกี่ยวกับการค้าขาย, และคุณสามารถมั่นใจได้ว่า คุณกำลังตัดสินใจที่ดี. สิ่งเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงมากจากกำไรที่คุณกำลังจะเข้า.

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,54.0.html